ล้อแม็ก MAX-X ล้อแท้จาก lensoสำหรับรถกระบะ

ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ

คำถามเรื่องภาษาอังกฤษที่มีผู้สอบถามบ่อยที่สุด คือ“ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ?” ถ้าให้ตอบอย่างสั้นและตรงที่สุด ก็จะตอบว่า “ฝึกพูดไปเรื่อยๆนั่นแหละ เดี๋ยวก็เก่งเอง”

ภาษาทุกภาษามี 4 ทักษะ คือ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ตอนที่เราเรียนภาษาไทยนั้นแตกต่างจากการเรียนภาษาอังกฤษ เราจึงฟัง-พูด-อ่าน-เขียนภาษาไทยได้ แต่การเรียนภาษาอังกฤษนั้นแตกต่าง เพราะแต่ละคนมีโอกาสฝึกแต่ละทักษะไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะฝึกในหรือนอกห้องเรียนก็ตาม เช่น การฝึกอ่านกับฟังนั้นถือเป็น passive skill คือสามารถทำได้เองโดยไม่ต้องมีคนช่วย มีเพียงหนังสือ 1 เล่ม กับ CD 1 แผ่น ก็ฝึกอ่านและฟังได้แล้ว และยังตรวจสอบผลการอ่านหรือการฟังได้ด้วยตัวเองทันทีว่า

เราฝึกสำเร็จหรือไม่ คือถ้าอ่านหรือฟังเข้าใจ ก็ถือว่าสอบผ่าน และการฝึกก็สะดวกมาก คุณจะฝึกอ่านและฟังที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าตั้งใจฝึกจริงๆ ส่วนการฝึกพูดและเขียนเป็น active skill ซึ่งโดยทั่วไปต้องมี “คู่ฝึก” และคนส่วนใหญ่ก็มักอยากได้คู่ฝึกที่เป็นฝรั่ง เพราะเค้าจะได้ช่วยสอนว่าพูดยังไง เขียนยังไง แถมยังช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดของเราได้ด้วย เราไม่คิดว่าการฝึกพูดคนเดียว หรือเขียนไว้อ่านคนเดียวจะได้ผล และไม่แน่ใจว่า เมื่อต้องไปเผชิญหน้ากับฝรั่งจริงๆ ถ้าต้องพูดกับฝรั่งจริง ๆ เขาจะฟังเราพูดรู้เรื่อง หรือเราจะเขียนอะไรตลกๆ ที่เค้าอ่านไม่รู้เรื่องหรือเปล่า บางคนมาขอให้แนะนำอาจารย์สอนภาษาที่เก่งที่สุด โรงเรียนสอนภาษาที่ดีที่สุด และเทคนิคการฝึกพูดที่ได้ผลมากที่สุด ใช้เวลาน้อยที่สุด หลายคนมีกำหนดเส้นตายที่ต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้อย่างด่วนจี๋

บางคนท้อเพราะไม่มีเงินเรียนคอร์สแพง ๆ ซึ่งจริงๆแล้ว หลายคนลืมไปว่า ยังมีอยู่หลายวิธีที่เราจะฝึกพูดภาษาอังกฤษได้โดยที่ไม่มีครูสอน เพราะถ้าเรามีเงินไม่พอที่จะไปเรียนกับครูหรือโรงเรียนสอนภาษา หรือไม่ค่อยมีเวลา เราก็ต้องฝึกเองค่ะ ไม่ต้องใจร้อนหรือหาทางลัดให้เป็นไวๆ เพราะการเรียนภาษาไม่มีทางลัดค่ะ มีทางเดียวคือเราต้องขยันเท่านั้นเอง
เรื่องการฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ได้ผลนั้น เราจะมองข้ามเรื่องการฟังและการอ่านไม่ได้เด็ดขาด การฟังและการอ่านจะช่วยให้เรารู้สำนวนและสำเนียง การค่อย ๆ สะสมทั้งสำนวนและสำเนียงของภาษาอังกฤษไว้ จะเป็นพื้นฐานที่ดีในการฝึกพูดต่อไปในอนาคต เพราะการฝึกพูดโดยที่ไม่สนใจเรื่องการฟังและอ่านมักจะไม่ได้ผล ส่วนจะมีวิธีการฝึกอย่างไรเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังครั้งต่อไปค่ะ